วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เวลาของหนู

เวลาของหนู



เมื่อปิดเทอมที่ผ่านมาครูแหลมและคณะครูโรงเรียนศิลปะแหลมคม ได้มีโอกาสไปสอนเด็กๆที่โรงพยาบาลตากสินรู้จักการทำงานประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ และวันนี้ครูแหลมจะมาสอนให้เด็กๆรู้จักเวลาและการออกแบบนาฬิกา
อุปกรณ์ที่เตรียมมาให้เด็กๆสำหรับวันนี้เป็นแผ่นเสียงเก่าๆ ตัวเรือนนาฬิกา สีอะคิริค ลวดกำมะยี่





กิจกรรมเริ่มต้นในตอนบ่ายโมงตรงโดยมีคุณยุพดี หรือป้าตาของเด็กๆช่วยรมเด็กๆมานั่งรวมกลุ่มกันให้ จากนั้นหน้าที่ทุกอย่างก็ตกมาเป็นของครูแหลม





ครูแหลมอธิบายเรื่องราวของงานประดิษฐ์ต่างที่เด็กๆสามารถทำได้จากวัสดุที่เหลือใช้ พร้อมทั้งมีตัวอย่างให้เด็กๆดูด้วย



ก่อนจะเข้าถึงกระบวนการของการทำงาน ครูแหลมก็เล่านิทานให้เด็กๆฟังก่อน ๑ เรื่อง เป็นนิทานที่เกี่ยวกับนาฬิกา

ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า ออกมาก้อพบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก ด้วยเป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า
รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา แต่ก้อหาไม่พบ...
ชาวนาเดินออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่แถวนั้น เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตาฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้ เขาจึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า
"เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ"

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจากคอกม้าทีละคน ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ

ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง ก็มีเด็กคนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า
"ผมจะลองเข้าไปหาดู! อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น"

ชาวนามองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจคิดในใจว่า..พวกเราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ...แล้วลำพังเด็กคนเดียว จะหาเจอได้อย่างไร....
เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง

ในขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเอง เด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า
ในมือของเขาถือนาฬิกาพกเรือนหนึ่ง
ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า"เจ้าหาเจอได้อย่างไร"
เด็กชายบอกว่า

"พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก
ติ๊กตอก จากนั้นผมก็เดินตามเสียงไป แล้วผมก็เจอนาฬิกาเรือนนี้"


พอนิทานจบเด็กๆก็เข้าใจความหมายทันทีว่าถ้าจะหานาฬิกาให้เจอก็ต้องใช้ความเงียบ และถ้าจะทำนาฬิกาให้สำเร็จเราก็ต้องใช้สมาธิในการทำงาน









ขั้นตอนแรกครูแหลมให้แจกแผ่นเสียงให้เด็กๆคนละแผ่น และให้ออกแบบลวดลายของนาฬิกาลงบนกระดาษก่อน เด็กหยิบสมุดดินสอมาร่างภาพแล้วเอามาส่งครูแหลมเพื่อขอคำปรึกษาจากครูแหลม แล้วค่อยร่างลงบนแผ่นเสียง





เด็กๆทำงานกันอย่างเงียบด้วยความตั้งใจ







พอร่างภาพลงบนแผ่นเสียงเรียบร้อยแล้วครูแหลมก็เรียกรวมเด็กๆเพื่อสาธิตวิธีการใช้สีอะคิริคให้เด็กๆดู พอทุกคนเข้าใจแล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงสีกันเลย

















เมื่อมาถึงขั้นตอนการลงสีเด็กๆก็ยิ่งมีสมาธิกันมากขึ้น ทุกๆคนค่อยบรรจงใช้พู่กันระบายไปบนภาพอย่างตั้งใจ













ขั้นตอนต่อมาเมื่อสีแห้งแล้ว เด็กๆก็ใช้มาร์เกอร์ตัดเส้นเพื่อเก็บรายละเอียดและนำไปตกแต่งเพิ่มเติมให้สวยงามด้วยลวดกำมะยี่
เด็กๆใช้ลวดกำยี่ดัดเป็นตัวเลข แล้วใช้กาวทาและติดลงไป





ขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นตอนของการประกอบตัวนาฬิกาติดกับแผ่นเสียง และประกอบเข็มนาฬิกาเข้าไป











เพียงเท่านี้เด็กๆก็ยิ้มจนแก้มปริอย่างภาคภูมิใจที่ได้ทำนาฬิกาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จสมบูรณ์ด้วยตัวเอง 
“ผลงานนาฬิกา...ชิ้นเดียวในโลก...ของเด็กๆ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น