วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

บ้านของสัตว์

บ้านของสัตว์



บันทึกค่ายปิดเทอมภาคฤดูร้อน ๕๔
วันพุธที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔





เช้านี้เรามีแขกมากมายเต็มโรงเรียน วันนี้คุณยายพาน้องๆท่ีจะไปเรียนต่อที่อียิปต์เข้ามาพบครูแหลม เด็กๆเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วทำหน้างงๆ... “วันนี้มีนักเรียนเพิ่มเหรอ” เด็กถามอย่างสงสัย ส่วนดีเมื่อเดินเข้าเห็นคุณยาย และพี่ๆที่เป็นมุสลิม ก็เดินเข้าไปสลาม (การทักทายแบบชาวมุสลิม) พร้อมทั้งกล่าวคำว่า "อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮฺ วะบะเราะกาตุฮฺ"















เช้านี้เด็กๆวาดภาพกันเรื่อง “บ้านของสัตว์” เด็กๆความหมายของของหัวข้อที่ได้รับกันอย่างตรงๆ คือมีสัตว์และมีบ้าน คุณครูเลยต้องเข้าไปเล่าเรื่องของถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆให้เด็กๆฟัง เด็กๆจึงความหมายที่แท้จริง และลงมือวาดภาพพร้อมใส่จินตนาการเข้าไปด้วย







วันนี้ครูแหลมมีนิทานสนุกๆมาเล่าให้เด็กๆฟัง
ครูแหลมจะเล่านิทานเรื่อง =คนโง่ขายหมวก=
บุรุษหนึ่งสัญจรบนทางไกล เที่ยวเร่ไปขายหมวกประทังชีวา
เขาเอาผ้ามาหลากสี จัดทำด้วยฝีมือสรรสร้าง
เสร็จแล้ววางเป็นชั้นเทินเกล้า เดินย่างเอนเบาประคองไว้
สีดำเรียงใส่อยู่บนสุด สีม่วงสะดุดตาไว้ลำดับรอง
สีเหลืองน่ามองไว้ต่ำใต้ สีน้ำเงินไซร้ลำดับกลาง
สีส้มพรางไว้ชั้นรอง สีแดงผุดผ่องล่างสุดกระชับศีรษะตนฯ

‘หมวกหลากสี เชิญทางนี้ท่านทั้งผอง’ บุรุษนั้นร้องตะโกนป่าว
ขายแก่ชาวเมืองได้พอสม เขานิยมสีใดก็ให้เลือก
บ้างเสือกไสทั้งไล่ส่ง บุรุษหนุ่มยังคงมุ่งมั่น
เร่ขายจนตะวันค่อยยอแสง หวังเก็บเรี่ยวแรงไว้วันพรุ่ง
เขาจึ่งมุ่งหน้าสู่โคนไม้ เอนกายแล้วหลับใหลลืมตัว
หมวกบนหัวค่อยพลัดหาย ฝูงลิงปีนป่ายลงมาลักจนเหลือเพียงใบเดียวฯ

ก่อนใบสุดท้ายจะหายวับ คนขายหมวกอาภัพสะดุ้งตื่น
ลุกขึ้นยืนแล้วคลำหมวกบนหัว คงสิ้นเนื้อประดาตัวก็คราวนี้
หมวกหลากสีวับหาย คลำได้แต่สีแดงใบเก่าคร่ำ
เขาร่ำขอร้องฝูงลิงให้คืนหมวก ลิงเหมือนหูหนวกไม่ประสา
หัวลิงประดับประดาอยู่คลาคล่ำ ม่วงดำเหลืองน้ำเงินส้มอยู่ถ้วนหน้า
เห็นคนขายหมวกเต้นเป็นบ้าก็เต้นตาม เขาร้องร่ำก็ล้อเลียนดังเจี๊ยก เจี๊ยกฯ

พอสุดมือสอยก็พลอยหมดหวัง เหลือกำลังจะชิงแย่ง
ทั้งเรี่ยวแรงก็สูญเปล่า เหลือไว้ทำไมเล่าใบสุดท้าย
เขาเขวี้ยงหมวกแดงลงปลายเท้า หันหลังย่างก้าวจะเดินหนี
ไม่พ้นนาทีได้ยินเสียงตุบตับ ลิงทั้งฝูงสำทับทำเลียนท่า
โยนหมวกลงมาอย่างพร้อมเพรียง บุรุษนั้นเอียงหน้ามาเห็นแทบเบิ่งตา
รีบถลาไปเก็บหมวกบนพื้น ที่ฝูงลิงโยนคืนลงมาให้ในทันควันฯ

พอสุดมือสอยก็พลอยหมดหวัง เหลือกำลังจะชิงแย่ง
ทั้งเรี่ยวแรงก็สูญเปล่า เหลือไว้ทำไมเล่าใบสุดท้าย
เขาเขวี้ยงหมวกแดงลงปลายเท้า หันหลังย่างก้าวจะเดินหนี
ไม่พ้นนาทีได้ยินเสียงตุบตับ ลิงทั้งฝูงสำทับทำเลียนท่า
โยนหมวกลงมาอย่างพร้อมเพรียง บุรุษนั้นเอียงหน้ามาเห็นแทบเบิ่งตา
รีบถลาไปเก็บหมวกบนพื้น ที่ฝูงลิงโยนคืนลงมาให้ในทันควันฯ

คนขายหมวกได้หมวกคืนมาไว้ขาย ฝูงลิงปีนป่ายกลับกิ่งต้น
คล้ายเรื่องพิกลปนประหลาด นี้คือธรรมชาติของใจกาย
โบราณว่าไว้ดังฝูงลิง จะบังคับได้จริงก็หาไม่
มัวร่ำร้องเอาอย่างใจไม่เกิดผล ต่อเมื่อตัวตนถูกเหวี่ยงทิ้ง
สัจจะความจริงค่อยหวนคืนมาสู่ใจ ดูบทเรียนจากคนขายหมวกไซร้ ฉะนี้แลฯ







อาหารกลางวันวันนี้มีข้าวไก่ทอดกับผัดผักรวม “ใครจะนำขอบคุณ” ทุกคนเงียบไม่มีใครยกมือ วันนี้เราเลยต้องใช้วิธีโอน้อยออก ใครออกคนสุดท้ายก็เป็นคนนำ งานนี้น้องโมจิตัวจิ๋วของเราเลยโดนไปเต็มๆค่ะ จำได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็มีครูแจงคอยยืนกระซิบอยู่ข้างหูช่วยบอกให้



วันนี้เรามีแผนจะทำน้ำปั่นทานกัน แต่มีข้อแม้ว่าเด็กๆต้องทำงานเสร็จตามเวลาที่กำหนด นั่นคือบ่าย ๒ โมง แต่วันนี้เด็กๆทำงานกันช้ามากๆ โดยเฉพาะออมสิน กับ ณัช จนเพื่อนๆทำงานประดิษฐ์กันเสร็จแล้วก็ยังทำงานไม่เสร็จ โปรแกรมทำน้ำปั่นวันนี้ครูแป๋มจึงยกเลิกไป เด็กๆทำหน้าเศร้า...น่าสงสารมากๆ แต่...งานนี้ไม่มีใจอ่อน เพราะคุณครูต้องการสอนให้เด็กๆเรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มาก ถ้าช้าเพียงคนเดียว ทุกๆคนก็จะช้าตามไปด้วย และที่สำคัญคือเรื่องของการรักษาเวลา









งานประดิษฐ์วันนี้คุณครูตัดแผ่นไม้ให้เด็กๆเป็นวงกลมขนาดใหญ่กว่ากระถางเล็กน้อยเพื่อทำเป็นที่ปิดก้นของชิ้นงาน แล้วให้เด็กๆใช้กระดาษกาวตัดเป็นชิ้นเล็กๆพอประมาณติดตรงขอบให้เรียบร้อย







อาหารว่างวันนี้ถึงแม้จะถูกยกเลิกน้ำปั่นไปคุณครูก็ยังเตรียมน้ำเขียวไว้ให้เด็กๆ ทานกับเยลลี่แสนอร่อย “ถ้าได้กินน้ำเขียวปั่นคงอร่อยกว่านี้” เด็กๆบ่น











เย็นนี้ฝนตกอีกแล้ว...เด็กๆเลยอดไปเล่นข้างนอกกันอีก

ผลงานวันนี้











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น